Posted by Dr James Surachai on 4 Jun 2010

ขณะนี้การเจรจา Bonn Climate Change Talks - June 2010 ภายใต้ UN ที่เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับ CCS คือ ได้มีการนำประเด็นความเป็นไปได้ในการนำก๊าซเรือนกระจกที่ถูกดักจับด้วยเทคโนโลยี CCS มาใช้กับกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) ความเห็นมีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน กลุ่มประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กค้านอย่างหนักด้วยเหตุผลว่า เทคโนโลยีนี้ยังต้องพัฒนาอีก ต้นทุนสูง อาจจะเกิดการรั่วของก๊าซที่กักเก็บไว้ได้ และจะเป็นประโยชน์กับประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น ประเทศที่พัฒนาแล้วควรเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตนเองแทนที่จะจะผลักดันเทคโนโลยี CCS ไปเป็นส่วนหนึ่งของ CDM ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่เป็นธรรมกับประเทศยากจน

Posted by Buntoon on 17 Dec 2009

แม้ว่าอากาศที่เมืองโคเปนเฮเกนขณะนี้จะอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์องศาเซลเซียส แต่บรรยากาศภายในศูนย์การประชุมเบลลา (Bella Center) ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมเจรจาความตกลงระหว่างประเทศเรื่องโลกร้อนครุกรุ่นไป ด้วยความขัดแย้ง มีข้อถกเถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มประเทศต่างๆ ที่มีจุดยืนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกำลังพัฒนา กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว กลุ่มประเทศหมู่เกาะ กลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด ฯลฯ

ตลอดช่วงของการเจรจาที่โคเปนฮาเกน ประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งมากที่สุด คือ การแบ่งความรับผิดชอบในการลดก๊าซระหว่างกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และโครงสร้างรูปแบบของความตกลงด้านโลกร้อนฉบับใหม่ ซึ่งทั้งสองประเด็นมีความเกี่ยวโยงกันอย่างมาก

Posted by Nantiya on 10 Dec 2009

The Story of Cap and Trade(เรื่องราวของมาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เป็นภาพยนตร์ที่เปิดตัวทางอินเตอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดย Annie Leonard ผู้ผลิต Story of Stuff อันโด่งดังเมื่อปีที่แล้ว มีเนื้อหาสะท้อนให้เห็นถึงการเก็งหากำไรและข้อบกพร่องเบื้องหลังหลักการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีความยาวเพียง 10 นาที แต่กลับสามารถนำเสนอภาพให้ผู้ชมเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามาตรการซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Cap and Trade นั้นมีปัญหาอะไรและเพราะเหตุใดเราถึงควรร่วมมือกันยุติการซื้อขายดังกล่าว

นับเป็นเรื่องน่าพิศวงที่งานประชุมครั้งสำคัญว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน กำลังยึดถือเอาแผนงานซึ่งก่อวิกฤติเศรษฐกิจโลกมาเป็นกลยุทธ์หลักสำหรับการแก้ปัญหาด้านภูมิอากาศ แผนงานดังกล่าวถูกนำมาชูเป็นจุดขายสำหรับงานประชุมทั้ง ๆ ที่มนุษย์ทั่วโลกต่างกำลังดิ้นรนอยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

Posted by Nantiya on 7 Dec 2009

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อินเดียประกาศจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจำนวนมากเหมือนอย่างที่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศได้ทำไปแล้วก่อนหน้าที่การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กรสหประชาชาติจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ ณ กรุงโคเปนฮาเกน

แล้วประเทศไทยล่ะกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อไหร่ที่ไทยจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเสียที ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยถือเป็นด่านหน้าที่จะต้องรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยกลับยืนอยู่แถวหลังมาโดยตลอดเมื่อต้องผลักดันให้เกิดความรับผิดชอบเพื่อการยับยั้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทุกวันนี้ ประเทศไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศของโลกมากถึง 6 ตันต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าบราซิลและอินเดียถึง 3 เท่า และยังสูงกว่าอินโดนีเซียและจีนถึง 4 เท่า ดังนั้น จึงได้แต่หวังว่าคณะผู้แทนไทยที่ก้าวเท้าเข้าสู่งานประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนฮาเกนกันแบบมือเปล่าจะได้ตระหนักในระหว่างประชุมว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปแล้วและถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะจริงจังและร่วมรับภาระในการลดผลกระทบจากวิกฤติด้านสภาพภูมิอากาศดังกล่าวเสียที

Posted by Nantiya on 2 Dec 2009

"Climategate" เป็นเหตุการณ์ฉาวโฉ่ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีใครบางคนแอบเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ที่จัดเก็บอีเมล์ของสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศในอังกฤษแล้วพบว่านักวิทยาศาสตร์แถวหน้าในแขนงสภาพภูมิอากาศหลายคนไม่ได้นำข้อมูลบางอย่างออกมาเผยแพร่เพราะข้อมูลเหล่านี้ดูเหมือนจะขัดแย้งต่อหลักฐานมากมายที่ชี้ว่ามนุษย์กำลังทำให้โลกร้อนขึ้น เมื่อมือดีแอบพบข้อมูลดังกล่าวจึงหยิบมาเผยแพร่เสียเองผ่านทางหน้าบล็อกตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ว่าอุณหภูมิในชั้นบรรยากาศของโลกสูงขึ้นในช่วงที่ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมีเพิ่มมากขึ้น และหากเราไม่รีบยับยั้งทิศทางดังกล่าว โลกอาจจะต้องเผชิญมหันตภัยร้ายแรงโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยจัดอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบสูงสุดเขตหนึ่ง ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยจะได้ประโยชน์หากเรื่องราวฉาวโฉ่จากกรณี Climategate จะสิ้นสุดลงเสียที

ดร. เจน ลุบเชนโช หัวหน้าสำนักงานบริหารงานด้านชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติอเมริกา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีเกี่ยวกับกรณี Climategate ไว้ว่า "อีเมล์ดังกล่าวไม่อาจลบล้างความเห็นทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอกฉันท์มั่นคงว่า...โลกกำลังร้อนขึ้นและกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ก็เป็นสาเหตุสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว"

ข่าว/บทความเกี่ยวกับภาคขนส่งคมนาคมย้อนหลังจาก Thai Climate

ข่าว/บทความเกี่ยวกับภาคขนส่งคมนาคม จากแหล่งอื่นๆ