Posted by Dr James Surachai on 4 Jun 2010

ขณะนี้การเจรจา Bonn Climate Change Talks - June 2010 ภายใต้ UN ที่เมืองบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับ CCS คือ ได้มีการนำประเด็นความเป็นไปได้ในการนำก๊าซเรือนกระจกที่ถูกดักจับด้วยเทคโนโลยี CCS มาใช้กับกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) ความเห็นมีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน กลุ่มประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กค้านอย่างหนักด้วยเหตุผลว่า เทคโนโลยีนี้ยังต้องพัฒนาอีก ต้นทุนสูง อาจจะเกิดการรั่วของก๊าซที่กักเก็บไว้ได้ และจะเป็นประโยชน์กับประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น ประเทศที่พัฒนาแล้วควรเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตนเองแทนที่จะจะผลักดันเทคโนโลยี CCS ไปเป็นส่วนหนึ่งของ CDM ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่เป็นธรรมกับประเทศยากจน

Posted by Dr James Surachai on 17 May 2010

"คืนนี้ไม่ได้ดูข่าวเสื้อแดงเลย" "ละครกำลังสนุกอยู่ด้วย" เสียงบ่นพึมพำของเกษตรกรสองผัวเมียที่ต้องมาอดหลับอดนอนเฝ้าที่นาในตลอดคืน แทนที่จะได้พักผ่อนอยู่บ้านหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน

เดิมที่นาติดคลองส่งน้ำจะนำน้ำเข้านาก่อน จากนั้นที่นาที่อยู่ถัดไปจะมีโอกาสนำน้ำเข้าที่นาตนเองบ้าง เป็นลำดับไปเรื่อยๆ แต่ขณะนี้น้ำจากคลองส่งน้ำไม่ได้มีให้ใช้อย่างเหลือเฟือเหมือนเมื่อก่อน การแบ่งปันน้ำด้วยการจัดสรรน้ำเป็นเวลาได้ถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนนี้ แม้กระนั้นน้ำก็ยังไม่เพียงพอ จนเกิดปัญหาการขโมยน้ำ บางครั้งปัญหานี้ได้ก่อให้เกิดการวิวาทระหว่างเกษตรกรด้วยกัน แนวโน้มการแย่งน้ำคงจะมีสูงขึ้น วิถีชีวิตเกษตรกรไทยบางพื้นที่ได้เปลี่ยนไปแล้ว จากนี้ไปผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะคืบคลานไปใกล้กับเกษตรกรมากขึ้นโดยไม่มีที่ให้ถอยหนีมากนัก

Posted by Dr James Surachai on 7 May 2010

"Restore trust and confidence" เป็นวลีที่ได้ยินซ้ำๆ จนติดหูในการประชุม Bonn Climate Change Talks ที่เยอรมนีเมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ อาจเป็นเพราะหลายฝ่ายรู้สึกผิดหวังจากผลงานที่ร่วมกันทำที่ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำโลกที่โคเปนเฮเกนเมื่อปลายปีที่แล้ว

การประชุมที่บอนน์ครั้งนี้เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาก็เพื่อที่จะหารือกันว่าปีนี้จะทำงานอย่างไรต่อ

แน่นอนครับ เป้าหมายของการประชุมทั้งหลายในปีนี้ก็เพื่อที่จะต้องมีข้อตกลงแบบเป็นชิ้นเป็นอันในการประชุมสุดยอดรอบใหม่ที่เม็กซิโกปลายปีนี้ เดาไม่ออกเหมือนกันว่าจะได้อะไรมากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ เห็นสัญญาณจากเลขาธิการ United Nations Framework Convention on Climate Change คุณ Yvo de Boer ที่ได้ยื่นใบลาออกแล้ว ก็อาจจะพอเดาได้

Posted by Maarwan IPS on 23 Jan 2010

สิบปีหลังจากก่อตั้ง, สมัชชาทางสังคมแห่งโลก (World Social Forum) เดินมาถึงจุดที่นักเคลื่อนไหวและกลุ่มรากหญ้าจะต้องเสนอทัศนะทางเลือกให้กับโลก "เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องมีพื้นที่ให้เราทุกคนได้มารวมตัวกันและสร้างทัศนะที่สะท้อนความกังวลของเรา" นิโคลา บุลลาร์ด-ผู้ช่วยอาวุโสของ ‘Focus on the Global South'-องค์กรคลังสมองในกรุงเทพฯ ซึ่งเชี่ยวชาญประเด็นของโลกกำลังพัฒนา,กล่าว "เราสามารถจะสร้างเวทีเสวนา, ความคิด และความชอบธรรมของเราเอง" เขาว่า

"แน่นอน, นี่เป็นทางเลือกสำหรับผู้นำที่สามารถสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา" ชาวออสเตรเลียผู้เป็นสมาชิกสภาระหว่างประเทศของ WSF ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกล่าว และว่า " WSF ยังคงสอดคล้องกับประเด็นจนทุกวันนี้"

ทว่าขบวนการทางสังคมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับพรรคการเมืองแห่งนี้ยังคงเดินหน้าจัดการกับประเด็นใหม่ต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งความวิตกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีอิทธิพลต่อการโต้เถียงเรื่องความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ

Posted by JGSEE on 1 Jan 2010

ประเทศไทยเองก็ยังขาดการวิเคราะห์ที่ตกผลึกว่า บทบาทของประเทศไทยต่อสถานการณ์โลกร้อนควรเป็นเช่นไร

"สมมุติว่า ประเทศไทยจะส่งออกข้าว เราจะต้องสามารถพิจารณาได้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนนั้น มีผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างไร ไม่เว้นแม้แต่กับคู่แข่งที่เราเองก็ควรต้องมีข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ด้วย เช่น ประเทศเวียดนามมีการผลิตข้าว และมีความเสี่ยงเรื่องระดับน้ำทะเลที่จะท่วมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนามเอง เราสามารถวิเคราะห์ได้หรือไม่ว่า หากเวียดนามจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น จะต้องมีการลงทุนป้องกันเท่าไหร่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าต้นทุนในการปลูกข้าวของเขาจะสูงขึ้นหรือไม่ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เวียดนามยังคงสามารถขายข้าวในราคาเดิมได้หรือไม่ หรือว่าขยับราคาข้าวของเขาขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นโอกาส เหมือนเป็นการรู้เขารู้เรา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยวางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศเราได้ในอนาคต" ผศ.ดร.อำนาจ กล่าว

ข่าว/บทความเกี่ยวกับชนบทย้อนหลังจาก Thai Climate

ข่าว/บทความเกี่ยวกับชนบท จากแหล่งอื่นๆ