Posted by CCKM on 12 May 2010

การรณรงค์ด้านโลกร้อนโดยฝ่ายต่างๆ มักจะนำเสนอคล้ายๆ กันว่าถ้าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นถึง 6 องศาเซลเซียส ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศอย่างรุนแรงถึงขั้นหายนะแก่มนุษย์ชาติ ในรูปของความแห้งแล้ง ระดับน้ำทะเลและภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ที่หลายคนคงเคยได้เห็นมาบ้างแล้วจากเอกสารหรือโปสเตอร์เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ อย่างไรก็ตามผลกระทบของอุณภูมิต่อภาวะเครียดเนื่องจากความร้อนที่มีต่อมนุษย์นั้น ก็สามารถใช้เป็นเกณฑ์ทางตรงของผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่อาจะทำให้บางคนเห็นภาพที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการรับรู้ผลกระทบผ่านกระบวนการในทางอ้อมต่างๆ

Posted by ไมเคิล สแตนเดิร์ท IPS on 3 May 2010

กุยยู จีน (ไอพีเอส) สำหรับแรงงานอพยพที่เดินทางจากทั่วประเทศจีนเพื่อการเผา ทุบและตัดเครื่องรับโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อประสงค์โลหะมีค่าและชิพคอมพิวเตอร์ในอัตราค่าจ้างชั่วโมงละหนึ่งดอลลาร์ โดยทำงานวันละสิบชม.ในโรงทำงานเล็กๆกว่า 5,000 แห่งตามหมู่บ้าน การพักอาศัยอยู่ที่นี่จึงไร้ซึ่งความสะดวกสบาย 
 นักวิจัยชาวจีนแถลงว่าความสูญเสียที่พวกเขาต้องจ่ายให้คือความเสื่อมถอยทางสุขภาพในระยะยาว
 กุยยูมีมลภาวะจากสารไดอ็อกซินที่คุกคามสุขภาพมนุษย์สูงที่สุดในโลก สารนี้ถูกปล่อยสู่อากาศจากการเผาพลาสติกและแผ่นวงจรเพื่อสกัดเอาทองคำ, แพลตตินั่ม, ทองแดง และโลหะอื่นๆ ทั้งนี้จากรายงานปี 2007 ของสถาบันวิทยาศาสตร์จีน

แม่น้ำเลียนเจียงที่ตัดผ่านเมืองกุยยูถูกจัดว่าเป็นแม่น้ำที่ปนเปื้อนมากที่สุดในจังหวัดกวางตุ้งทางใต้ของจีน ทองแดง,นิเกิ้ล,แค็ดเมี่ยม,ตะกั่ว,ปรอท และสารหนูถูกพบว่าปนเปื้อนในระดับสูงอยู่ตามผิวน้ำและโคลนเลนในแม่น้ำ

Posted by CCKM-thaiclimate on 15 Mar 2010

          นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ความเห็นร่วมกันว่าที่ผ่านมาโลกเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือที่รู้จักกันในชื่อ "ภาวะโลกร้อน" นับตั้งแต่การตีพิมพ์ผลงานในปี 1906  นักเคมีฟิสิกส์ชาวสวีเดนนามว่า  svante  august  arrhenius และคณะ ( frank  washington  very และ samuel  pierpont  langley )  ได้แสดงให้เห็นการดูดกลืนพลังงานของแก๊สคาร์บอนไดออกไซน์และไอน้ำจากรังสีอินฟาเรตเพื่ออธิบายการเกิดยุคน้ำแข็ง ( ice ages )  แม้ผลจะผิดพลาดแต่นั้นมามนุษย์เราก็ได้รู้จักปรากฏการณ์  greenhouse  effect ที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้น

Posted by Maarwan IPS on 23 Jan 2010

สิบปีหลังจากก่อตั้ง, สมัชชาทางสังคมแห่งโลก (World Social Forum) เดินมาถึงจุดที่นักเคลื่อนไหวและกลุ่มรากหญ้าจะต้องเสนอทัศนะทางเลือกให้กับโลก "เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องมีพื้นที่ให้เราทุกคนได้มารวมตัวกันและสร้างทัศนะที่สะท้อนความกังวลของเรา" นิโคลา บุลลาร์ด-ผู้ช่วยอาวุโสของ ‘Focus on the Global South'-องค์กรคลังสมองในกรุงเทพฯ ซึ่งเชี่ยวชาญประเด็นของโลกกำลังพัฒนา,กล่าว "เราสามารถจะสร้างเวทีเสวนา, ความคิด และความชอบธรรมของเราเอง" เขาว่า

"แน่นอน, นี่เป็นทางเลือกสำหรับผู้นำที่สามารถสร้างพื้นที่ให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา" ชาวออสเตรเลียผู้เป็นสมาชิกสภาระหว่างประเทศของ WSF ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกล่าว และว่า " WSF ยังคงสอดคล้องกับประเด็นจนทุกวันนี้"

ทว่าขบวนการทางสังคมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับพรรคการเมืองแห่งนี้ยังคงเดินหน้าจัดการกับประเด็นใหม่ต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งความวิตกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีอิทธิพลต่อการโต้เถียงเรื่องความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ

Posted by JGSEE on 1 Jan 2010

ประเทศไทยเองก็ยังขาดการวิเคราะห์ที่ตกผลึกว่า บทบาทของประเทศไทยต่อสถานการณ์โลกร้อนควรเป็นเช่นไร

"สมมุติว่า ประเทศไทยจะส่งออกข้าว เราจะต้องสามารถพิจารณาได้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนนั้น มีผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมอย่างไร ไม่เว้นแม้แต่กับคู่แข่งที่เราเองก็ควรต้องมีข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ด้วย เช่น ประเทศเวียดนามมีการผลิตข้าว และมีความเสี่ยงเรื่องระดับน้ำทะเลที่จะท่วมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนามเอง เราสามารถวิเคราะห์ได้หรือไม่ว่า หากเวียดนามจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น จะต้องมีการลงทุนป้องกันเท่าไหร่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าต้นทุนในการปลูกข้าวของเขาจะสูงขึ้นหรือไม่ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เวียดนามยังคงสามารถขายข้าวในราคาเดิมได้หรือไม่ หรือว่าขยับราคาข้าวของเขาขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นโอกาส เหมือนเป็นการรู้เขารู้เรา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยวางยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศเราได้ในอนาคต" ผศ.ดร.อำนาจ กล่าว

ข่าว/บทความเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ย้อนหลังจาก Thai Climate

ข่าว/บทความเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ จากแหล่งอื่นๆ