Posted by Zine Khunthong on 9 Jul 2008

จากการสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2551 เรื่อง "สถานการณ์พลังงานโลกและการปรับตัวของไทย" จัดโดย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่หอประชุมศรีบูรพา มธ. ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายชโลทร แก่นสันติสุขมงคล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ผู้นำเสนอบทความเรื่อง "พลังงานหมุนเวียนและทางเลือกในองค์ประกอบพลังงานของไทย" กล่าวว่า การใช้พลังงานทางเลือกอย่างพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์ อาจทำให้ภาคพลังงานมีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น เพื่อใช้พัฒนาเทคโนโลยีของแหล่งพลังงานหมุนเวียน ซึ่งแหล่งพลังงานหมุนเวียนบางประเภทอาจต้องใช้ต้นทุนสูงกว่าการใช้พลังงานฟอสซิลหรือนิวเคลียร์ แต่ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนี้ ย่อมมาพร้อมกับต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ต่ำลง เช่น ลดปัญหามลภาวะจากความเสี่ยงของการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี ต้นทุนทางสังคมที่ลดลง เช่น การลดความขัดแย้งของชุมชนอันเกี่ยวเนื่องกับการสร้างโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ และความเสี่ยงของภาคธุรกิจพลังงานที่ต่ำลง ในแง่ของความเสี่ยงต่อความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

Posted by penny on 1 Jun 2008

ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับโรคในเขตร้อน เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟักตัวของเชื้อโรคหลายชนิดด้วยกัน โรคซึ่งเราจะขอหยิบยกมามีด้วยกัน 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก มาลาเรีย และวัณโรค เนื่องจากเป็นโรคที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ โดยเฉพาะในแง่ของการพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ อันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคดังกล่าว

บทสรุปของวัคซีนนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปโรงงานผลิตจะเสร็จเมื่อใด และจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงสร้างความคุ้มค่าให้กับการป้องกันโรคไข้เลือดออกได้หรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยคงจะอุ่นใจได้แล้วก็คือ เรามีความหวังในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งในอนาคตอาจเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลกแล้วเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญได้ระบุว่าปัญหาโลกร้อนจะทำให้พื้นที่ในการแพร่ระบาดขยายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทุกๆ 0.5-3 องศาเซลเซียส จะทำให้ยุงลายที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออก มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2 เท่า นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้พื้นที่และช่วงเวลาที่ยุงออกหากินยาวนานขึ้นด้วย

Posted by Pennapa on 26 May 2008

นับจาก “โลกร้อน” กลายมาเป็นกระแสแห่งยุคสมัยของสังคมไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บนชั้นหนังสือในบ้านเราก็เติมเต็มไปด้วยงานเขียนมากมายเกี่ยวกับโลกร้อน ในบริบทและแง่มุมที่แตกต่างกัน แต่ “โลกร้อน 5 องศา เรื่องและภาพความจริงก่อนโลกหายนะ” ดูจะเป็นหนังสือที่ได้เปรียบเล่มอื่นหลายเล่ม ในแง่ที่มีภาพประกอบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกนับจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันให้ดูอย่างจุใจ หลายภาพเป็นภาพที่คนไทยไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแค่ภาพปกที่เป็นการถ่ายภาพหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผ่านรูโหว่เล็กๆ ของภูเขาน้ำแข็งขนาดเล็กที่ลอยอยู่เหนืออ่าวหน้าเมืองนาร์ซาค ที่กรีนแลนด็ตะวันออกเฉียงใต้ ก็ชวนให้ตื่นตาตื่นใจแล้ว

Posted by Nantiya on 23 May 2008

ดร. สุรชาติ บำรุงสุข กูรูความด้านมั่นคงจาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาๆ เตือน ถึงเวลาไทยมองปัญหาโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ในกรอบใหม่ในฐานะปัญหาความมั่นคง

ปัญหาความมั่นคงตัวใหม่นี้ อาจไม่ได้มาในรูปแบบของสงคราม การใช้ กำลังทหาร และอาวุธ แต่ก็อาจมีผลต่อประเทศ และประชาชนที่รุนแรงพอๆกัน เพราะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต และเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง เพราะผลผลิตทางการเกษตรซึ่งเป็นอาหาร และขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ อาจจะถูกกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และปัญหานี้อาจเป็นปัญหาข้ามพรมแดน

ถึงแม้ ประชาคมโลกจะมีการถกปัญหาโลกร้อน ในกรอบของความมั่นคงบ้างแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกๆ ที่นักวิชาการด้านความมั่นคงของไทยนำประเด็นนี้มาวิเคราะห์ในมุมมองจากไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

Posted by Nantiya on 22 May 2008

เพราะความแรงของกระแสโลกร้อน จึงเป็นเรื่องธรรมดาอยู่เองที่พอเกิดภัยธรรมชาติใหญ่ๆ อย่างเช่น พายุไซโคลนนาร์กิส หรือเฮอริเคนแคทรีนา เมื่อปี 2548 หลายคนจะโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ

แต่ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ นักวิทยาศาสตร์โลกร้อนชั้นนำของไทย ย้ำว่าเอาเข้าจริง การคาดการณ์ทางนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ไม่มีคำอธิบายให้กับการเกิดพายุแต่ละครั้ง ทำได้เพียงการบอกแนวโน้มโดยรวมของการเกิดพายุที่อาจจะเป็นผลมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั้งในทะเลและบนบก 

แล้วอะไรคือการคาดการณ์ล่าสุดของแนวโน้ม?

ข่าว/บทความย้อนหลังจาก Thai Climate

ข่าว/บทความจากแหล่งอื่นๆ