ภาครัฐ

อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร

เป็นนักการเมืองคนแรกๆที่รณรงค์การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างความตื่นตัวของคนกรุงเทพต่อภาวะโลกร้อน โดยการเชิญชวนให้คนกรุงเทพช่วยกันประหยัดพลังงาน ลด และแยกขยะ และลดการใช้ถุงพลาสติก แต่ปัญหาจราจรที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์์ของภาคเมืองจากการใช้และความสิ้นเปลืองนำ้มันยังไม่ได้มีมาตรการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะต้องมีการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากภาคประชาชนให้ผู้ว่าฯกล้าออกมาตรการใหม่ๆ ที่แก้ปัญหาได้จริงจัง

อารี วัฒนา ทุมมาเกิด

ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เวทีตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ประจำ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานระดับชาติของประเทศไทย อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นมือประสานสิบทิศ เนื่องจากต้องระดมความเห็นจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเจรจาโลกร้อน รวมไปถึงภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม การค้าต่างๆ เพื่อกำหนดท่าทีเจรจาของไทย

ในเวทีเจรจาเรื่องโลกร้อนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ไทยจะรวมอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา G77 ที่ส่วนใหญ่ต้องการดึงความช่วยเหลือและเงินทุนที่ทำให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ประเทศรับมือ และปรับตัวต่อผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในด้านต่างๆ

นักาิทยาศาตร์

ศุภกร ชินวรรโณ

ที่ปรึกษา ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA START) ทำงานร่วมกับดร.อานนท์ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศในประเทศไทย และในประเทศลุ่มนำ้โขง เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาระบบตัวชี้วัดในการประเมินความอ่อนไหวของชุนชนต่อผลกระทบของภาวะของภาวะโลกร้อน จากความรู้ด้านการจัดการความเสี่ยง และเป็นกำลังหลักในการสร้างแบบจำลองการคาดการสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของไทยร่วมกับ Hadley Center ท่ีจะเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนท่ีผ่านมา

รศ.ดร.สิตานนท์ เจษฎาพิพัฒน์

ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของศูนย์ภูมิอากาศกาชาด (RedCross/Red Crescent Climate Centre, The Netherlands) เป็นอนุกรรมการระดับชาติว่าด้วยอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของประเทศไทย ถือเป็นผู้ที่ติดตามประเด็นภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่องตั้วแต่ปีคศ. 1996และเป็นผู้ที่มีแนวคิดวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแนวนโยบายกับการปฏิบัติของรัฐบาลไทย และรัฐบาลประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยจุดยืนและมุมมองของนักวิชาการประเทศกำลังพัฒนาที่มองเห็นการครอบงำทางวิชาการ เทคโนโลยีและความคิดจากประเทศพัฒนาแล้วผ่านทางการเมืองเรื่องโลกร้อน และความอ่อนแอของประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือกับปัญหาและการเมืองที่เกิดในการเจรจา สิตานนท์พยายามผลักดันให้ประเทศไทยมุ่งความสนใจไปที่การศึกษาปัญหาและศักยภาพตัวเองในประเด็นที่เกี่ยวกับโลกร้อนเพื่อหาจุดยืนที่ชัดเจนในการเจรจาต่อรองในเวทีโลก อีกทั้งให้ใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงนโยบายและการดำเนินการพัฒนาที่เหมาะสมกับกำลังและความสามารถของตนเองอย่างชาญฉลาดและรู้เท่าทัน ทั้งนี้ต้องการส่งเสริมให้มีการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

อัศมน ลิ่มสกุล เป็นนักวิจัยของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ความที่จบด้านระบบโลกจากมหาวิทยาลัยนาโงย่าของญี่ปุ่นจึงสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานที่กำลังจะได้รับการตีพิมพ์ใน Atmospheric Research Journal ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นของไทยในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา และกำลังร่วมกับอาจารย์แสงจันทร์ แห่งสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ในโครงการประเมินสภาวะความรุนแรงสภาพภูมิอากาศและพื้นที่วิกฤตของประเทศไทย เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงภัยสำหรับการเตรียมรับมือในอนาคต

ศ.นพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา นักประสาทวิทยาจากคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

เป็นอาจารย์แพทย์ที่ให้ความสนใจกับเรื่องของโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คนโดยเฉพาะที่โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจากการศึกษาพฤติกรรมการแพร่กระจายของโรคจากสัตว์สู่คน ธีรวัฒน์พบว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์มีผลอย่างมาก ต่อการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสจึงได้ให้ความสำคัญกับการมองประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมใน ฐานะองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ลักษณะการแพร่กระจายโรคติดต่อจากสัตว์มาสู่คนมีความรุนแรงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์โลกร้อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ธีรวัฒน์ให้ความสำคัญเฝ้าติดตามเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อวงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่เป็นพาหะนำไวรัสจากสัตว์มาสู่คน เป็นผู้หนึ่งที่พยายามผลักดันให้ระดับนโยบายมองเห็นความสำคัญของการศึกษาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนต่อปัญหาสุขภาพและอนามัยของมนุษย์

ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (START) จบปริญญเอกทางสมุทรศาสตร์ (oceanography) จากมหาวิทยาลัยฮาวายด้วยวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับวัฏจักรคาร์บอนของไหล่ทวีป เป็นนักวิชาการคนแรกๆที่ทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศในประเทศไทยพร้อมๆไปกับสื่อสารกับสาธารณะชนวงกว้าง เน้นความสำคัญของการทำงานแบบสหวิชาที่ไม่เฉพาะวิทยาศาสตร์ แต่รวมไปถึงสังคมศาสตร์ด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจและรับมือกับโลกร้อน เพราะโลกร้อนส่งผลกระทบกับคนและระบบเศรษฐกิจ ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดร.อานนท์เปิดตัวแบบจำลองอันที่สองเรื่องการคาดการสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของไทยและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยร่วมมือกับศูนย์ Hadley Centre for Climate Pediction and Research จากประเทศอังกฤษ และยังมีงานวิจัยตามมาอีกมากมาย

ดร. กำพล รุจิวิชชญ์ นักวิชาการจากคณะสหเวชศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนใจศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนกับสุขภาพของคนไทย และลงมือทำการศึกษาวิจัยประเด็นที่กระทรวงสาธารณสุขควรจะเป็นผู้ทำแต่ก็ไม่ทำ ปัจจุบันกำลังทำการวิจัยโครงการศึกษายีนก่อโรคและรูปแบบของดีเอ็นเอของเชื้ออหิวาตกโรค เพื่อตอบสนองความสนใจของตนเองที่สังเกตพบว่าปัจจุบันเชื้ออหิวาต์มีการระบาดตลอดทั้งปีทั้งที่ในอดีตจะระบาดเฉพาะหน้าร้อน โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2548และจะสิ้นสุดในปี 2551 โดยมีพื้นที่ศึกษาคือปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน และบางปะกง ในเบื้องต้นกำพลพบว่าอุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นเพียง 0.5 องศาเซลเซียสจะมีผลทำให้เชื้อไวรัสบางตัวสามารถเข้าไปเจริญเติบโตได้ดีและสามารถทำให้เชื้ออหิวาต์สายพันธุ์ที่ไม่ก่อโรคกลายเป็นเชื้อโรคได้ ซึ่งขั้นตอนนี้ปกติจะเกิดขึ้นเฉพาะในหน้าร้อนซึ่งอุณหภูมิน้ำจะสูงกว่าฤดูอื่น แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นนอกฤดูร้อนทำให้ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดนอกฤดูร้อนทำให้มีรายการการแพร่ระบาดของอหิวาต์นอกฤดูร้อนด้วย นอกจากเรื่องของเชื้ออหิวาต์แล้วยังเฝ้าสังเกตและติดตามข่าวคราวการระบาดของโรคติดต่อโดยเฉพาะที่มียุงเป็นพาหะอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงมีผลต่อการเจริญเติบโตของยุง และส่งผลต่อการกระจายตัวของโรคในที่สุด

ดร.แสงจันทร์ ลิ้มจิรกาล

ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์เป็นผู้วิจัยการปล่อยมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่งจากนาข้าว ซึ่งให้ผลว่านาข้าวไม่ได้ปล่อยมีเทนมากอย่างที่ประเทศพัฒนาแล้วอ้าง

"ประเทศพัฒนาแล้วพยายามเกี่ยงให้ประเทศกำลังพัฒนาที่ทำการเกษตรอย่างเราลดการปล่อย CO2 ด้วยการบอกว่านาข้าวปล่อย CO2 มากมาย ดิฉันจึงต้องทำงานวิจัย ก็ได้ผลเป็นงานวิชาการมาแสดงว่าข้ออ้างของประเทศพัฒนาแล้วไม่จริง"

และล่าสุดกำลังทำงานวิจัยที่สำคัญมากคือการประเมินสภาวะความรุนแรงสภาพภูมิอากาศและพื้นที่วิกฤตของประเทศไทย เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงภัยสำหรับการเตรียมรับมือเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นอกจากนี้อาจารย์แสงจันทร์ยังเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการเจรจา และการเมืองระหว่างประเทศเรื่องโลกร้อนดีที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย เพราะได้ร่วมเป็นผู้แทนเจรจาของรัฐบาลไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์ด้านธรณีวิทยาแห่งคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งทะเลของประเทศไทย ล่าสุดอาจารย์ประสบความสำเร็จ วิจัยแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่งหาดโคลน สำเร็จเป็นครั้งแรกที่บ้านขุนสมุทรจีน สมุทรปราการ

ภาคประชาสังคม

ชื่นชม สง่าราศรี กรีเซน

นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน จบด้านพลังงานยั่งยืน จาก Energy and Resources Group อันโด่งดังของ มหาวิทยาลัย California, Berkeley กลับมาทำงานที่สำนักนโยบายและแผนพลังงานก่อนจะออกมาเป็นนักวิชาการอิสระ เป็นผู้ที่มีมุมมองเชิงวิพากษ์วิจารณ์อันแหลมคมเกี่ยวกับนโยบายการจัดหาพลังงานของไทยที่เน้นการป้อนพลังงานเข้าระบบเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญน้อยกับการปรับปรุงประสิทธิภาพ และการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืนที่ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ไม่เห็นด้วยกับการปัดฝุ่นเอาแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัฐบาลไทยมาสวมเป็นพลังงานสะอาดแก้โลกร้อน เนื่องจากปัญหาหลายประการเกี่ยวกับเทคโนโลยี เชื้อเพลิง ความคุ้มทุน ที่วิศวกรนิวเคลียร์ตอบไม่ได้

เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มพลังไท ร่มกับคริส กรีเซน ทำงานด้านรณรงค์การพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับชุมชนทั้งทางดัานเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ธารา บัวคำศรี

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มงานกับกรีนพีซในฐานะผู้เชี่ยวชาญประเด็นสารพิษ และ มลพิษจากอุตสาหกรรม รวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน และวิพากษ์วิจารณ์ข้ออ้างโครงการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโรงไฟฟ้าถ่านหิน clean coal technology ในนามการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โครงการรณรงค์ "คลีนิคโลกร้อน" กระตุ้นให้คนคำนวณการปล่อยปริมาณคาร์บอนของตนเองกำลังได้รับความสนใจจากสาธารณะชน พร้อมกับออกคู่มือกู้วิกฤตโลก จากโลกร้อนที่ทุกคนทำได้หากมีความตั้งใจ ล่าสุดเขียนหนังสือ‘โลกร้อน 5 องศา’ ชูคำพูด “คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า ในสถานการณ์อันเร่งด่วนนี้ เราทั้งหลายจะสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วพอหรือไม่” ของ โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาติ เมื่อพฤศจิกายน 2549

วนันท์ เพิ่มพิบูลย์

ที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประจำมูลนิธิพลังงานทดแทนแห่งประเทศไทย  (Renewable Energy Institute of Thailand) และเป็นสมาชิกของ Climate Action Network ซึ่งเป็นกลุ่มขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั่วโลกสนใจติดตามเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในระดับโลกและภูมิภาคมานานอยากเห็นประเทศไทยมีการศึกษาเรื่องผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเมินพื้นที่ที่คาดว่รจะได้รับผลกระทบเพื่อเตรียมหาวิธีป้องกันและแก้ไข ปัจจุบันวนันท์ ยังเป็นนักศึกษาปริญญาเอกของ School of Environment, Resources and Development's Regional and rural Development and Planning ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) โดยทำวิทยานิพน์เรื่อง Identification of climate vulnerability and Adaptive capacity of a community in Thailand

องค์กรระหว่างประเทศ

คริสโตเฟอร์ ซีลลี่

ผู้ประสานงานประจำกรุงเทพฯ มูลนิธิคลินตัน (William J. Clinton Foundation) เป็นหนึ่งในบรรดาตัวแทนจาก Clinton Climate Initiative ที่ส่งผู้แทนไปประจำเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับภาครัฐบาลและเอกชนในการร่วมมือส่งเสริมและพัฒนาโครงการต่างๆที่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการผลิตพลังงานสะอาด หนึ่งในการริเริ่มของมูลนิธิที่ได้รับความสนใจในวงกว้างคือการดึงกลุ่มเมืองในเครือข่ายให้รวมตัวกันเพื่อเพิ่มกำลังต่อรองเพื่อซื้อเทคโนโลยีและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ในราคาถูกจากบริษัทเอกชนที่ร่วมมือกับมูลนิธิ ดังเช่นที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในกรณีการรวมตัวซื้อยาต้านไวรัสเอชไอวี