โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ siripong@kidtalentz.com
ประเทศไทยมีแผนจะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ นี่เป็นเรื่องที่พอรู้กันอยู่ งบประมาณที่ใช้เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อนุมัติไว้เมื่อหลายรัฐบาลก่อนเป็นเงินกว่าพันล้านบาท เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรต้องแปลกใจที่จะเห็นโฆษณาเพื่อชวนให้เชื่อผ่านทางโทรทัศน์อยู่เนืองๆ
ทำนายไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า เมื่อใดที่โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างจริงจัง สังคมไทยจะเดินเข้าสู่ความแตกแยกอย่างรุนแรงอีกครั้ง เพราะปัญหาโลกแตกของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็คือปัญหา "ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หลังบ้านฉัน" นั่นเอง
แม้แต่คนที่ยืนยันว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ก็ไม่กล้าเสนอว่าให้ไปสร้างข้างบ้านตัวเอง
ปัญหาต้องไม่ใช่หลังบ้านฉันนี้เป็นปัญหาทั้งตัวโรงไฟฟ้าเองและสถานที่กักเก็บกากกัมมันตรังสี หรือเชื้อเพลิงใช้แล้ว ซึ่งปัจจุบันในโลกยังไม่มีสถานที่กักเก็บถาวรแม้สักแห่งเดียว สหรัฐอเมริกาเคยจะสร้างขึ้นที่ยุคคา เนวาดา แต่ในที่สุดก็ต้องพับแผนไป เพราะโดนคัดค้านมาตลอดทั้งจากคนท้องถิ่น และคนที่อยู่อาศัยในเส้นทางลำเลียงเชื้อเพลิงใช้แล้วไปเก็บ
นอกจากอย่ามาตั้งหลังบ้านฉันแล้ว ยังมีปัญหา "อย่ามาขนผ่านบ้านฉัน" เข้าไปอีก
กากกัมมันตรังสีเป็นของที่มีอันตรายร้ายแรง มีอายุครึ่งชีวิตเป็นแสนปี แต่กลับยังไม่สามารถหาสถานที่กักเก็บถาวรได้เลยสักแห่งเดียวในโลก ทุกวันนี้มันจึงยังคงเก็บไว้ในสถานที่เก็บชั่วคราว และส่วนใหญ่ก็อยู่บริเวณเดียวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเชื้อเพลิง ที่ต้องพึ่งพาต่างประเทศโดยสมบูรณ์ เพราะเหมืองยูเรเนียมนั้นมีอยู่จำกัด
แม้ในระยะหลังๆ มานี้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือการรีไซเคิลเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่งก็มีบางประเทศในยุโรป และรัสเซียเริ่มทำแล้วเหมือนกัน แต่การนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์กลับมาใช้ใหม่ทำให้ต้นทุนของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สูงขึ้นไปอีก
ในขณะที่อีกปัญหาที่หวาดกลัวกันก็คือ กระบวนการรีไซเคิลนี้ทำให้เกิดพลูโตเนียม ซึ่งง่ายสำหรับการนำไปใช้เป็นอาวุธนิวเคลียร์ และยังไม่มีระบบจัดการความปอดภัยที่ดีพอ จนผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก หรือแม้จาก เอ็มไอที หรือ ฮาวาร์ด ก็มีข้อสรุปตรงกันว่า การนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์กลับมาใช้ใหม่ เป็นทางเลือกที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่เหมาะเลยที่จะนำมาใช้ ทั้งโดยตัวเองมันเองและที่สัมพันธ์กับปัญหาการก่อการร้าย
และถึงที่สุดแล้วมันได้แก้ปัญหาเรื่องสถานที่กักเก็บระยะยาว เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องนำไปทิ้งอยู่ดี
คำถามว่าทิ้งที่ไหนก็ยังคงเป็นปัญหาไม่รู้จบเหมือนเดิมไม่ว่าจะรีไซเคิลหรือไม่
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถูกสร้างภาพว่าเป็นโรงไฟฟ้า "สะอาด" ปราศจากการสร้างมลภาวะ แต่ก็อย่างที่เรารู้ กัมมันตรังสี จากเชื้อเพลิงนั้นอันตรายอย่างยิ่ง และตลอดกระบวนการตั้งแต่จากการผลิตยูเรเนียมไปจนถึงการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น คาร์บอนไดออกไซด์ก็ถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยากาศเช่นกัน
แม้จะน้อยกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ก็มีอยู่ ไม่ได้สะอาดเหมือนภาพที่วาดไว้จริงๆ ยิ่งหากไปเทียบกับพลังงานหมุนเวียนจากลม แสงอาทิตย์ หรือความร้อนใต้พิภพ
ยังมีปัญหาเรื่องน้ำซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เราอาจไม่รู้ก็ได้ว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลายแห่งต้องหยุดเดินเครื่อง หรือลดการผลิตไฟฟ้าในบางช่วง เพราะปัญหาขาดแคลนน้ำอันเป็นผลมาจากสภาวะโลกร้อน
ไม่นับความร้อนที่ทำให้ปลาตาย แม้จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บางแห่งทำเท่ด้วยการใช้น้ำร้อนให้บริการ "สปา" ก็ตาม
หน้า 6

