ถามดอกเตอร์ Climate

Posted by Editor on 29 Nov 2007
39 Comments

หาคำตอบ แลกเปลี่ยนทัศนะ ในเรื่องที่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับเมืองไทย จากผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานวิจัยค้นคว้าโดยตรงเป็นเวลาหลายสิบปี อย่าง ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ที่จะแวะเวียนมาเป็น Dr. Climate ประจำเพื่อไขข้อข้องใจ กังวล หรือสงสัย ของท่าน โปรดส่งคำถาม หรือตั้งประเด็นพูดคุยกับ Dr. Climate

1 by Nantiya 22 Nov 2007

Dr. Climate ครับ

สถานการณ์การปล่อยแก้สคาร์บอนไดออกไซด์และแก้สเรือนกระจกอื่นๆ ของไทยเป็นปริมาณเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วพวกเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยในเรื่องนี้

สมศักดิ์

2 by DrClimate 23 Nov 2007

เพิ่มเติม

3 by Dr Climate 28 Nov 2007

เรียนคุณสมศักดิ์

จากคำกล่าวของท่านรัฐมนตรียงยุทธ ยุทธวงศ์ ที่งานประชุม Asia's Emerging Response to Climate Change An international conference เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550 ท่านได้ระบุว่าประเทศไทยปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรูปของธาตุ ‘คาร์บอน’ อยู่ที่ 67 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 1.13 เปอร์เซนต์ของการปลดปล่อยของทั้งโลก ซึ่งถ้าเทียบเท่าให้เป็นก๊าซ ‘คาร์บอนไดออกไซด์’ โดยการหารค้วย 12 แล้วคูณด้วย 44 จะคิดเป็นการปลดปล่อยประมาณ 246 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือคิดเป็น 4.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อคนต่อปี ซึ่งค่อนข้างสูงกว่าประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้เป็นประเทศผลิตน้ำมันหลัก เช่น เวียดนาม (1.2), จีน (3.8) แต่ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา (20.4)

4 by Nantiya 5 Dec 2007

ดร.อานนท์ พูดในที่สัมมนาของเดอะเนชั่นเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า โลกร้อนแก้ไขตอนนี้ได้ลำบาก ที่ทำได้คือการปรับตัว แต่การปรับตัวหมายถึงต้องทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะคนในเมืองอย่างกรุงเทพที่ทุกอย่างถูกพัฒนามาไกลจากธรรมชาติมากแล้ว เราจะปรับตัวได้อย่างไร

ฉันทนา จุฬาฯ

5 by penny 11 Dec 2007

อ.อานนท์ คิดอย่างไรกับที่บอกกันว่าต้องเปิดโอกาสให้ประเทศพัฒนาแล้วปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้สูงสุดได้ก่อนภายในปี 2015 (หากจำไม่ผิด) แล้วค่อยให้ลดลงในปี 2020 (หากจำปีไม่ผิดอีกเช่นกัน) ทำนองว่าเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสได้พัฒนาประเทศตัวเองก่อน ไม่ใช่มาปิดกั้นโอกาสในการพัฒนากัน ทำไมเราไม่เริ่มต้นลดการปล่อยก๊าซเสียพร้อมกันตั้งแต่วันนี้

6 by กัณ (มอ.ปัตตานี) 14 Dec 2007

อยากจะทราบว่าแล้วทำไม ดร.โสภณ จึงมีทัศนะที่แตกต่างไปจาก ดร.อานนท์ ล่ะค่ะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ปัญหาโลกร้อนนี้มันเกิดผลกระทบต่อเราทุกคน? ดร.โสภณ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างค่ะ

7 by Dr Climate 18 Dec 2007

ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ไม่ได้ login เข้ามา ประมาณ 2 อาทิตย์!!

ก่อนอื่นขอเรียนตอบอาจารย์ฉันทนาเรื่องของการปรับตัวก่อน การปรับตัวจะต้องเริ่มจากการประเมินว่าความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต (รวมทั้งปัจจัยที่สืยเนื่องอื่นๆ) ของแต่ละบุคคล แต่ละครัวเรือน แต่ละชุมชน ฯลฯ จเป็นอย่างไร

ตัวอย่างของคนกรุงเทพ (ขอย้ำนะครับว่าเป็นตัวอย่าง กรุณาอย่านำไปอ้างอิง) อาจจะเป็นว่าในอนาคตโอกาสการเกิดอุทกภัยในภาคอีสานจะรุนแรง ถึงขนาดที่ทำให้นาล่มถี่ขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 7-8 ปี กลายเป็นทุกๆ 2-3 ปี นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่จะมีผู้อพยพชั่วคราวเข้ามาในเมืองมากขึ้น ปัญหาสังคมหลายอย่างจะตามมา ฯลฯ การปรับตัวสำหรับกรณีนี้คงไมสามารถทำได้ในระดับบุคคล แต่เราอาจจะต้องมีระบบประกันภัยทางการเกษตร มีระบบรายได้เสริม ฯลฯ ซึ่งบางส่วนอาจจะต้องอุดหนุนโดยงบประมาณจาก กทม. เป็นต้น ดังนั้นเวลามองด้านการปรับตัวผมมองว่าจะต้องมีการปรับทั้งระบบ คงจะให้ต่างคนต่างทำคงจะไม่พอ

การปรับตัวคงไม่ใช่การกลับไปสู่ธรรมชาติ (nature) อย่าง 100% ในกรุงเทพทำไม่ได้แน่ แต่เราคงต้องมอง 'ธรรมชาติ' ในแง่ของความเป็นอยู่เป็นไปของกรุงเทพ และหาทางเลือกที่น่าจะดีที่สุดครับ
อานนท์

8 by Dr Climate 18 Dec 2007

ส่วนนี้ขอตอบ คุณ Penny
ผมคิดว่าในประโยคแรก คุณ Penny คงหมายถึงประเทศกำลังพัฒนา (เช่นประเทศไทย)

ผมไม่ได้มองประเด็นนี้ว่าเป็นเรื่องการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทำนองแกทำได้ ฉันก็ต้องทำได้บ้างในปริมาณเท่ากัน แต่การกำหนดให้ประเทศกำลังพัฒนารู้ตัวล่วงหน้าว่าในที่สุดแล้วทุกคนก็จะต้องมาอยู่ใต้กฏเดียวกัน (แต่จะเมื่อไหร่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง) ก็จะทำให้ประเทศกำลังพัฒนา 'ที่มีความตระหนัก' ไม่พัฒนาไปในทิศทางที่ต่อไปจะยากที่จะแก้ไข เราควรจะเรียนรู้จากบทเรียนของประเทศที่ 'พัฒนาแล้ว' รวมทั้งหาแนวทางที่จะได้มีซึ่งวิธีการหรือเทคโนโลยีจากประเทศเหล่านั้นเพื่อช่วยให้การพัฒนาของเราเป็นไปแบบที่ใช้คาร์บอนน้อย แตอย่าไปหวังมากกับ UNFCCC ว่าจะได้อะไรมากจากวงนี้ มันเป็นเหมือนกับกฏหมายต่างๆ ที่มีไว้ให้คนหัวหมอหาทางเลี่ยง แต่ถ้าเรามีความตระหนักและความตั้งใจที่จะทำ มันยังมีช่องทางและเวทีระหว่างประเทศอีกหลายอย่างที่อาจจะทำได้
อานนท์

9 by Yingkiat 24 Dec 2007

ผมเชื่อว่าโลกร้อนขึ้นจริง แต่ผลกระทบกับพวกเราในเมืองไทยคงใม่มาก เพราะเราอยู่ในภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม ทำไม่ค่อยเจอภัยธรรมชาติหนักๆ ทำให้ผมไม่ค่อยห่วงมาก Dr. Climate เห็นด้วยมั้ยครับ

ยิ่งเกียรติ๋

10 by Dr Climate 2 Jan 2008

ข้อมูลจากหลายๆด้านดูจะสนับสนุนสิ่งที่คุณยิ่งเกียรติ์เข้าใจ คือประเทศไทยคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบถาวรในขนาดที่รุนแรงเมื่อเทียบกับอีกหลายๆปนัเทศ อาจจะมีบางบริเวณที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร เช่นน้ำทะเลท่วมหรือชายฝั่งหดหายไป แต่ก็คงเป็นพื้นที่ที่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตามถึงแม้พื้นที่เหล่านี้จะทีไม่สากเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งประเทศ แต่ก็ต้องให้ความสำคัญและหลายพื้นที่อาจจะทีความสำคัญในทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมก็ได้
ผลกระทบที่อาจจะเกิดในพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าจะเป็นเรื่องของความแปรปรวนของสภาพอากาศ เรายังคาดการณืเรื่องนี้ไม่ได้มากนัก ยังต้องมีการศีกษาอีกมาก แต่มันจะเป็นผลกระทบที่มาเป็นครั้งคราว บางปีก็มีบางปีก็ไม่มี หรือมีในทิศทางต่างกันก็ได้ มันเป็นผลกระทบที่ทำให้การใช้ชีวิตต่างๆไม่ราบรื่น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ทำได้ยากกว่า สิ้นเปลืองมากกว่า และผลที่ได้ต่อการลงทุนป้องกันอาจจะดูไม่ค่อยคุ้มค่าก็ได้
อานนท์

11 by globetrotter 4 Jan 2008

สวัสดีปีใหม่ครับ Doctor Climate

ผมสนใจเรื่องน้ำทะเลขึ้นสูง และการกัดเซาะชายฝั่งมากครับ แต่ไม่ทราบจะหาข้อมูลที่ชัดเจนได้ที่ไหนในส่วนของกรุงเทพฯ ครอบครัวผมคุณพ่อมีโรงงานอยู่แถบบางขุนเทียนครับ เรากำลังมีแผนขยายโรงงานในรุ่นลูก ถึงแม้ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารโรงงานโดยตรง แต่ก็อยากหาข้อมูลให้พี่ชายครับ เพราะเขาไม่มีเวลามองเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เราจะปรึกษาหน่วยงานไหนดีครับที่จะทราบว่าภายใน 10-20 ปีข้างหน้าตรงไหนของบางขุนเทียนจะหายไปบ้าง ผมอ่านเรื่องขุนสมุทรจีนในสารคดีแล้วไม่สบายใจเลยครับ บางขุนเทียนจะเจอแบบเดียวกันไหมครับ

12 by penny 5 Jan 2008

Dr Climate เข้าใจถูกแล้วว่าดิฉันพิมพ์ผิดจากประเทศกำลังพัฒนาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว หากรูปการณ์มันเป็นเหมือนที่ Dr Climate ว่าไว้ว่าเป็นการสร้างความตระหนักก็ดีไป แต่ดิฉันไม่ค่อยคิดว่าข้อตกลงระดับโลกมันจะเป็นไปตามนั้น คือจริงๆ สงสัยอยุ่คำเดียวคือการกำหนดปีที่ให้ peak ได้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกำหนด peak เราก็เริ่มต้นลดหรือปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีกันเลยไม่ดีกว่าหรือ คือกำลังมองว่ามันกลายเป็นช่องโหว่ให้มีการอ้างได้เหมือนที่รัฐไทยจะอ้างว่าทำแค่นี้พอแล้วเพราะเราไม่ได้อยู่ใน annex I คือมีข้ออ้างให้ปล่อยก๊าซตลอดเวลา

อีกประเด็นหนึ่งที่ Dr ตอบคุณ yingkiat ไว้ว่าการลงทุนป้องกันบางอย่างอาจไม่คุ้มค่า อยากให้ช่วยขยายความตรงนี้ค่ะ อ่านแล้วไม่ค่อยชัดเจน คุ้มค่ายังไง การจะประเมินว่าคุ้มค่ามันมีวิธีวัดด้วยหรือ แล้วเราเอาอะไรเทียบกับอะไรมันน่จะต้องมองด้วยสายตาที่ต่างไปจากการลงทุนอื่นๆ ที่เป็นการพัฒนาเพื่อผลตอบแทนทางเศรษฐกิจหรือเปล่า การลดหรือการจัดการความเสี่ยงเพื่อบรรเทาความเสียหายเราจะวัดความคุ้มค่าตรงไหน ช่วยคนได้กี่คนหรือ แล้วเราจะตีมูลค่าคนเป็นเงินได้หรือจึงจะรู้ว่าแค่ไหนคุ้ม แต่ไหนไม่คุ้ม

13 by global cooling 5 Jan 2008

ตอบคุณกัณ มอ.ปัตตานี
สมมติฐานของเราคือ
1.โสภณ อิจฉาอัลกอร์
2.โสภณกลัวว่าข่าวโลกร้อนกับน้ำทะเลขึ้นจะทำให้ราคาที่ดินต่ำลง เพราะตัวเองทำงานเกี่ยวกับการประเมินราคาที่ดิน

14 by sopon pornchokchai 6 Jan 2008

เรียน ท่าน Dr.Climate

ผมขออนุโมทนาที่ท่านสละเวลาให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องสิ่งแวดล้อม และโลกร้อน ถ้าผู้คนตระหนักถึงการรักษาโลก จะดีมากเลยครับ ส่วนที่ผมเขียนก็เพียงส่งเสริมการมองอย่างรอบด้านตามแนวคิดสังคมอุดมปัญญา ที่ไม่เชื่อโดยใช้วิจารณญาณเท่านั้นครับ

มาอ่านถึง Post ล่าสุดข้างต้น ก็แปลกใจว่าทำไมเข้าใจผมเป็นอื่นเช่นครับ คุณ Global Cooling ได้เรียนชี้แจงไปแล้ว โปรดอ่านที่นี่ครับ http://www.thaiclimate.org/?p=210

ผมไม่ได้พัฒนาที่ดินเอง ไม่ได้เป็นนายหน้า ทำหน้าที่ที่เป็นกลางในการประเมินค่าทรัพย์สินสำหรับทุกฝ่าย ทั้งทางราชการ เอกชน NGO แม้แต่ยายไฮก็ทำให้ (ฟรี) ครับ ผมรณรงค์เรื่องนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับประโยชน์ผมเลยครับ

ที่ผมชี้แจงนี้ ก็ไม่ได้หวังผลต่อตัวเองนะครับ แต่อยากให้เป็นกรณีศึกษาว่า ในการมองความเห็นที่แตกต่างออกไปนั้น เราควรมองจากจากสาระและอภิปรายกันตามข้อมูล อย่าไปสงสัยในเบื้องหลังกันแต่แรก เพราะจะทำให้เกิดอคติ ทำให้ไม่เปิดใจที่จะอภิปรายกันครับ และเป็นการแสดงอารมณ์ที่ไม่พอใจคนที่เห็นต่างตั้งแต่วินาทีแรก เรื่องนี้ผู้ที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ควรจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษครับ

ขอบพระคุณครับ

15 by global cooling 6 Jan 2008

โสภณ ต้องให้เราพูดกี่ทีว่าเราไม่เชื่อเรื่องโลกร้อน และเราชอบที่มีคนเห็นต่าง เราชอบสังคมเห็นการเรียนรู้ แต่ไอ้วิธีการแสดงความเห็นอย่างอวดภูมิ อย่างมีอคติต่อคนที่เค้าเชื่อต่างหากที่มันทำให้คนเค้ารับไม่ได้ แยกออกไหมระหว่างท่าทีกับสาระ ไม่ได้แปลว่าไอ้ืที่คุณเอามาเขียนมันสาระดีนะ งานเขียนของคุณนะมันเต็มไปด้วยทุกอย่างที่คุณเที่ยวว่าคนอื่น มันมีอคติ มันมีอารมณ์ มันดูหมิ่นศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ มันไม่ส่งเสริมสังคมอุดมปัญญาเหมื่อที่คุณอวดอ้างว่าอยากสร้าง ฯลฯ

ขออภัยเวบมาสเตอร์ และ DR Climate ที่เอาพื้นที่คุณมาเขียนเรื่องแบบนี้ แต่เห็นวิธีคิดของคนบางคนแล้วมันทนไม่ได้

16 by Dr Climate 7 Jan 2008

เรียนคุณ Globetrotter
พื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบนมีปัญหามานานตั้งแต่ในอดีต ซึ่งมีข้อสมมติฐานหลายอย่างทั้งจากการทรุดตัวของแผ่นดิน (ที่เชื่อว่าการใช้น้ำบาดาลมีส่วน แต่หลังจากมีการออกมาตรการควบคุมการใช้อย่างเข้มงวดแล้ว ยังคงต้องรออีกสักระยะว่าช่วยลดปัญหาลงได้เท่าใด) ความไม่สมดุลระหว่างตะกอนที่พัดเข้ามากับตะกอนที่ถูกพาออกไปซึ่งเกิดจากระบบกระแสน้ำชายฝั่ง (longshore process) ซึ่งมีคลื่นเป็นตัวกระทำ ป่าชายเลนที่ลดจำนวนลงอย่างมาก ตลอดจนการสร้างเขื่อนในแม่น้ำสายหลักที่อาจจะดักตะกอนไว้จนทำให้ขาดความสมดุลย์ของปริมาณตะกอน ณ ปัจจุบันสาเหตุหลักซึ่งคงจะเป็นการรวมกันของปัจจัยเหล่านี้ยังไม่มีใครกล้าฟันธงอย่างชัดเจน ดังนั้นแนวทางการแก้ปัญหาที่เสนอกันจึงเป็นการแก้ที่ปลายเหตุมากกว่าเช่นการใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมหรือการใช้ระบบนิเวศชายฝั่งเพื่อเพิ่มการดักตะกอนเป็นต้น ซึ่งก็น่าจะทำได้ในพื้นที่เล็กๆที่มีความสำคัญสูง แต่ถ้าต้องทำตลอดแนวชายฝั่งนับร้อยกิโลเมตรก็คงต้องประเมินด้านความคุ้ม (ทั้งทางการเงินและผลกระทบอื่นๆที่อาจจะตามมา)
โลกร้อนน่าจะทำให้ระดับน้ำทะเลของโลกโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของน้ำทะเลประกอบกับน้ำแข็งที่จะละลายลงมาบ้าง ซึ่งตัวเลขที่ IPCC เชื่อคือประมาณ 1-2 มม ต่อปีในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามลมมรสุมที่อาจจะแรงขึ้นอาจจะทำให้ระดับน้ำที่ก้นอ่าวไทยในบางช่วงเวลาเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ได้ คลื่นกระทบฝั่งที่แรงขึ้นก็อาจจะทำให้กระบวนการ longshore process รุนแรงขึ้น เกิดการกัดเซาะมากขึ้น และยังมีเรื่องอื่นๆอีก ดังนั้นการจะประเมินว่าโรงงานของคุณ Globetrotter จะมีความเสี่ยงแค่ใหนก็ต้องดูว่าโรงงานอยู่ที่ใหน ห่างจากทะเลเท่าใด ถ้าโรงงานอยู่ห่างจากทะเลเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ความเสี่ยงที่แผ่นดินจะหายไปอย่างถาวรก็สูงเป็นปฏิภาคกับระยะทางซึ่งไม่ว่าโลกร้อนจะเป็นสาเหตุหลักหรือไม่ก็ตาม แผ่นดินก็หายไปในอัตรา 5-10 เมตรต่อปีในปัจจุบัน แต่ถ้าโณงงานอยู่ห่างจากชายฝั่งหลายๆกิโลเมตร ความเสี่ยงจากที่ดินหายหรือน้ำท่วมอย่างถาวรในระยะ 10-20 ปีข้างหน้าอาจจะน้อย แต่อาจจะมีน้ำท่วมเป็นครั้งคราวถี่ขึ้นก็ได้ ก็ต้องดูว่าโณงงานของคุณผลิตอะไรถ้าต้องหยุดงานบางครั้งละ 2-3 วันจะรับได้หรือไม่ หรือพร้อมที่จะลงทุนที่จะป้องกันน้ำท่วมสักเท่าไร เรื่องพวกนี้ต้องมีการศึกษาเป็นพื้นที่ๆไป คงจะตอบแบบองค์รวมไม่ได้ครับ

17 by Dr Climate 7 Jan 2008

คุณ Penny
1. แนวคิดแบบที่ยอมให้ระดับของก๊าซเรือนกระจก "overshoot" ขึ้นไปเป็นระยะสั้นๆนั้นยังเป็น scenario ที่ต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบด้วย แต่แนวคิดนี้มาจาก scenario ที่คาดว่าการเจรจาต้องใช้เวลานสนแต่ในที่สุดก็สามารถตกลงกันได้และมาตรการที่ออกมาจะมีประสิทธิภาพมาก แต่ช่วงที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้ overshoot ไปก่อน ถือว่าเป็นแนวคิดที่ประนีประนอมกว่าบางแนว กล่าวคือมองว่าตอนเริ่มอาจจะช้าหน่อยแต่มาเร่งเครื่องลดในตอนหลัง
2. ความคุ้มค่าที่ผมหมายถึงนั้นไม่ใช่เพียงแต่ความคุ้มทางตัวเงิน (ผมไม่ใช้คำว่าเศรษฐศาสตร์นะครับเพราะเดี๋ยวนี้นักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อนได้นำเอามูลค่าที่ไม่เป็นตัวเงินมาคิดด้วย)แต่มาตรการที่ออกมาจะต้องมองผลที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศ กับคนที่อยู่ที่อื่น ฯลฯ ด้วย ตัวชี้วัดคงไม่ใช้ตัวเงินเท่านั้น แต่มีเรื่องของความยอมรับ สภาพจิตใจ มูลค่าทางนิเวศวิทยาและอื่นๆ

18 by global cooling 8 Jan 2008

อยากฟังความเห็นของ Dr Climate ต่องานวิจัยของ ดร.สุพัฒน์ ที่บอกว่านำทะเลอ่าวไทยกำลังลดลงไม่ได้ขึ้น รายงานฉบับเต็มมีคนทำลิงก์ไว้ในฟอรั่ม กระทู้แรก (ขออภัยทำลิงก์ต่อมาตรงนี้ไม่เป็น)

และจากที่ DR Climate ตอบคุณ GlobalTrotter เป็นไปได้ไหมว่าปัญหาของน้ำท่วมและการหายไปของพื้นที่ชาบฝั่งมันน่าจะเกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งทะเลที่มันผิด หรือจากการสูบน้ำบาดาลมาใช้มาเกินไปจนทำให้แผ่นดินทรุด เวลาที่มีปรากฏการณ์ใดๆ ก็ตามเกิดขึ้นและเป็นกรากฏการร์ที่มีสาเหตุได้มากมาย เราจะสรุปได้อย่างไรว่าปรากฏการณ์เกิดจากสาเหตุใด ถามให้ตรงประเด็นคือทำไมถึงได้มั่นใจว่าปรากฏการร์ริมฝั่งทะเลเป็นผลเนื่องมาจากโลกร้อน

19 by Ravivan 9 Jan 2008

กำลังหาข้อมูลทำรายงานส่งอาจารย์ เจอเวบไซด์ใหม่ที่เน้นเรื่องโลกร้อนกับประเทศไทย น่าสนใจมากค่ะ เพราะอาจารย์ที่โรงเรียนอยากให้ทำเรื่องสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว โดยเฉพาะที่นี่มีการตอบคำถามของอาจารย์อานนท์ เพราะเคยอ่านที่อาจารย์ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์หลายครั้ง แต่ไม่ทราบว่าอาจารย์มีคอลัมน์ตอบคำถามด้วย ดีใจที่เราสามารถเข้าถึงอาจารย์ที่มีชื่อเสียงได้ด้วยตัวเอง คำถามที่อยากถามอาจารย์คือที่บ้านที่แม่กลอง ผู้ใหญ่หลายคนบอกว่าปีนี้น้ำในคลองขึ้นสูงผิดปรกติ ปีใหม่แล้วน้ำยังสูงอยู่ ซึ่งปีก่อนๆน้ำจะลดแล้ว นอกจากนี้น้ำยังเค็มกว่าเดิมด้วย เราจะบอกได้ยังไงคะว่านี่เป็นสาเหตุจากน้ำทะเลขึ้นสูงจากโลกร้อนหรือไม่ เมืองไทยที่อื่นๆเจอผลกระทบจากโลกร้อนแล้วหรือยังคะ อาจารย์มีหนังสือให้หนูไปค้นต่อบ้างมั้ยคะ เพราะนอกจากเอาข้อมูลไปทำรายงาน จะได้เอาไปอธิบายให้ผู้ใหญ่ที่แถวบ้านทราบด้วยค่ะ

20 by Dr Climate 13 Jan 2008

เรียน คุณ Ravivan
การที่ระดับน้ำโดยเฉพาะปากแม่น้ำแม่กลอง และก้นอ่าวไทยตอนบนโดยทั่วไปสูงในช่วงพฤศจิกายน-มกราคม นั้นมักจะมีสาเหตุหลักมาจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้เกิดแรง Coriolis ฉุดเอาน้ำทะเลมารวมกองบริเวณชายฝั่งส่วนนี้ ซึ่งตรงกับที่คุณบอกว่าระดับน้ำสูงและน้ำเค็มด้วย ยิ่งถ้าตรงกับช่วงที่อากาศหนาวเย็นเป็นพิเศษก็ยิ่งชัด แต่ถ้าระดับน้ำสูงแต่น้ำจืด มักจะมาจากน้ำหลากจากต้นน้ำมากกว่า
การที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือบางปีมีความรุนแรงกว่าปกตินั้นเป็นเรื่องที่เคยมีมาในอดีต แต่การจะบอกว่ามันถี่มากขึ้นหรือน้อยลงนั้นต้องใช้การสังเกตุระยะยาว 10-30 ปี และนำข้อมูลแต่ละช่วงมาเปรียบเทียบกัน
ผมเห็นว่าข้อสังเกตของคุณ Ravivan น่าสนใจและน่าจะลองหาข้อมูลการรุกของน้ำเค็มในฤดูหนาวย้อนหลังไปหลายๆ ปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากในตอนต้นน้ำของแม่น้ำแม่กลองมีเขื่อนหลายแห่งซึ่งควบคุมการไหลของน้ำ ดังนั้นข้อมูลที่ปากแม่น้ำเท่านั้นอาจจะไม่พอที่ตอบคำถามใหญ่ว่าเป็นสาเหตุมาจากโลกร้อนหรือไม่ แต่จะเป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่ต่อไปสามารถนำมาประกอบเป็นภาพใหญ่ได้
อานนท์

21 by ccawareness 16 Jan 2008

เรียน Dr. Climate

หนูอยากทราบว่า ตอนนี้เนี่ย สิ่งที่ประชาชนรู้เกี่ยวกับโลกร้อน กับสิ่งความจริงทางวิทยาศาสตร์มันตรงกันแค่ไหนแล้วคะ อย่างแบบสอบถามของเอแบคก็บอกว่า เกือบทุกคนในกลุ่มสำรวจเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน แต่ร้อยละ13 บอกว่าเกิดจากก๊าซเรือนกระจก ส่วนร้อยละ30 บอกว่าเพราะอุณหภูมิสูงขึ้น หนูกำลังไม่ค่อยแน่ใจว่าอย่างนี้มันแปลว่าเรายังรู้น้อยไปหรือเปล่าคะ แต่รุ้มากก้ไม่ได้แปลว่าเราจะช่วยโลกใช่ไหมคะ
หรือว่า เราต้องการอะไร หรือมีวิธีแบบไหนเพื่อจะกระตุ้นให้เราเริ่มปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

แล้วสิ่งที่เรารณรงค์อยู่ เช่น ถุงผ้า รีไซเคิล ใช้พลังงานน้อยลงอะไรเนี่ย มันช่วยได้มากใช่ไหมคะ แต่อย่างหนึ่งที่สงสัยคือ การรณรงค์พวกนี้ก็มีกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ มีมาตั้งแต่หนูยังเด็ก (ไม่บอกอายุ อิอิ) แปลว่าถ้าเราแก้ปัญหาโลกร้อนได้ก็จะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆได้หรือคะ

22 by surat 4 Feb 2008

ขอเรียนถาม Dr Climate หน่อยค่ะว่า พายุหิมะ หรือพายุน้ำแข็ง ที่กำลังซัดกระหน่ำประเทศจีนอยู่ขณะนี้ เป็นผลจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ที่ผิดเพี้ยนอย่างไร เชื่อมโยงกับปัญหาโลกร้อนหรือเปล่า และอย่างไรค่ะ?

ขอบพระคุณค่ะ

23 by koongnang 2 Mar 2008

เรียน Dr.Climate
ตอนนี้หนูกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับองค์กรที่จะมาดำเนินการด้านโครงการ CDM (Clean Development Machanism) ซึ่งประเทศไทยมีข้อผูกพันจากการลงสัตยาบันในพิธีสารเกียวโต ว่าจะเข้าร่วมทำโครงการ CDM กับประเทศในกลุ่ม AnnexI หนูจึงอยากเรียนถามท่านเกี่ยวกับประเด็นดังนี้ค่ะ
1.ท่านเห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยเข้าร่วมในการทำโครงการ CDM และการนำคาร์บอนเครดิตมาขายหรือไม่ อย่างไร
2.ท่านคิดว่าหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่พิจารณาและให้คำรับรองโครงการควรเป็นหน่วยงานที่มีลักษณะการบริหารจัดการอย่างไร เช่น เป็นแบบส่วนราชการ หรือองค์การมหาชนหรือองค์กรอิสระอื่น
ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

24 by en-reporter 22 Apr 2008

เรียน Dr.Climate
ตอนนี้อยากอัพเดทสถานการณ์โลกร้อนที่เกี่ยวกับภาวะขาดแคลนอาหาร ด็อกเตอร์มีคำแนะนำมั้ยคะ อย่างข้าวที่ราคาแพงขึ้นตอนนี้มาจากสาเหตุอะไรกันแน่ ปัจจัยเรื่องโลกร้อนมีเอี่ยวอย่างที่ระดับโลกบอกกันรึเปล่าคะ

25 by my answer 25 Apr 2008

เพิ่งดูข่าวเมื่อเย็น เขาบอกว่าพวกผุ้ประกอบการอ้างว่าต้องขึ้นราคาอาหารเพราะโลกร้อนขึ้น ทำให้ต้องปรับระบบเก็บอาหารให้มีอุณหภูมิที่พอเหมาะมากขึ้น คือต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาอาหาร ทำให้ต้นทุนสุง อาหารที่ขายเราก็เลยสูงตามไปด้วย เราเลยรุ้สึกว่าอะไร อะไร ก็โลกร้อน โลกร้อนกลายเป็นแพะร่วมสมัยไปแล้ว แต่ยังอยากฟัง Dr Climate อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์อยู่นะ

26 by tanya 27 May 2008

เรียน Dr. Climate,

ได้คุยกับเพื่อนเรื่องโลกร้อน มีคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า โลกมันก็ร้อนขึ้นมาของมันอยู่แล้ว ไม่เห็นเกี่ยวกับมนุษย์เลย สำหรับตัวเองคิดว่าความคิดนี้เป็นอันตรายต่อการรณรงค์เรื่องนี้มาก จะชี้แจงเพื่อนอย่างไรเขาถึงจะตะหนักว่า มนุษย์นี้แหละมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่มาก

Thank you,
Tanya

27 by supamon 4 Jul 2008

สาเหตุหลักที่จริงๆแล้วทำให้เกิดโลกร้อนคืออะไรค่ะ แล้วเราสามารถแก้ไขอะไรได้บ้างถ้าเรายังคงเป็นเพียงเยวชนอยู่ ปัญหาที่ตามมามีผลกระทบโดยตรงที่เห็นได้ชัดมีปัญหาด้านใดบ้างค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

28 by ck 19 Jul 2008

เรียนDr.climate
กำลังค้นคว้าเรื่องต่างประเทศมีวิธีป้องกันโรคระบาดที่มาจากโรคร้อน
กรุณาให้คำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ck