วันที่ 17 พ.ย. 2552 เวลา 06:20 สถาบัน Hadley Climatic Research Center แห่งมหาวิทยาลัย East Anglia ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการศึกษาสภาวะโลกร้อน เป็นต้นกำเนิดของ Global Climate Models (GCM) ซึ่งเป็นเสมือนไบเบิ้ลของทฤษฎี "โลกร้อนเพราะกาซเรือนกระจก" ถูกแฮคเกอร์จาก IP ในตุรกีเจาะขโมยข้อมูล ซึ่งเป็น email ส่วนตัวของนักวิทยาศาสตร์มากกว่าพันฉบับและเอกสารมากกว่าสามพันรายการ ข้อมูลที่ถูกขโมยถูกนำไปลงไว้ที่บล็อคชื่อ the air vent ในรัสเซีย ที่ยอมเปิดให้ผู้ใช้จัดทำบล๊อคโดยไม่ต้องแสดงตน จากนั้นก็มีผู้อ่านที่ใช้ชื่อ Steven Mosher ดาวน์โหลดส่งต่อให้กับเวบ climate audit ของ Steven McIntyre นักวิทยาศาสตร์ฝ่ายค้านระดับแนวหน้า และมีการส่งต่อไปที่เวบ what's up with that ของ Anthony Watts เวบบอร์ดของฝ่ายค้านที่มีผู้เข้าชมมากกว่าเจ็ดหมื่นครั้งต่อวัน
มหาวิทยาลัย East Anglia ยอมรับว่ามีข้อมูลถกขโมยไปจริง ข้อมูลที่ถูกขโมยก่อให้เกิดประเด็นร้อนสุดขีดในวงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งขณะนี้สื่อในต่างประเทศเรียกว่ากรณี "climategate" เพราะในอีเมล์หลายฉบับมีข้อความอันน่าละอาย ที่ทำให้รู้ว่านักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ทำการ "ตุกติก" กับผลการวิจัย เพื่อทำให้สภาวะโลกร้อนดูรุนแรงกว่าที่เป็นจริง รวมทั้งมีกระกระทำที่ถือว่าผิดจรรยาบรรณอีกหลายอย่าง เพื่อปกปิดบิดเบือนซุกซ่อนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
ตัวอย่างข้อความอันน่าละอายในเมล์ที่ถูกยกขึ้นมาประจานกันอย่างกว้างขวางคือข้อความของ Philip Jones ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน Hadley ส่งถึง Michael Mann นักวิทยาศาสตร์สหรัฐที่เป็นเจ้าของผลงานกราฟอุณหภูมิ hockey stick ที่โด่งดัง ทั้งสองคนอยู่ในคณะผู้บริหารสูงสุดของ IPCC ในเมล์ของ Jones มีข้อความว่าเขาได้ทำการตุกติกกับผลการวิจัยฉบับหนึ่ง เพื่อที่จะซ่อนการลดลง(ของอุณหภูมิ) และไม่เพียงแต่เมล์เท่านั้นที่มีข้อมูลที่น่าอับอาย เอกสารบางฉบับ เช่น The rules of the game ซึ่งเป็นแผนงานการประชาสัมพันธ์ในแนวโฆษณาชวนเชื่อ ก็มีเนื้อหาที่น่าอับอายเช่นกัน
ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนในต่างประเทศตอบสนองในทางลบอย่างรุนแรง columnist: Christopher Booker จาก Telegraph UK ได้อธิบายว่าเหตุที่กรณี climategate มีกระแสตอบรับที่รุนแรง เป็นเพราะก่อนที่จะเกิดเรื่อง HadCRU ถูก hacked ก็มีเหตุอันควรให้สงสัยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หลายครั้ง ทำให้คนในวงการเริ่มสงสัยพฤติกรรมของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ ปัญหาความน่าเชื่อถือคล้ายเป็นฝีที่กลัดหนองอยู่ ดังนั้นพอเกิดมีเมล์ที่เหมือนเปิดเผยความลับในประเด็นต่างๆที่วงการกำลังสงสัยอยู่แล้วหลุดออกมา ก็เลยเหมือนฝีที่แตกออก
เรื่องที่ช๊อควงการ แยกได้เป็นสามประเด็นคือ
ประเด็นเรื่องความพยายามปกปิดข้อมูล เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ฝ่ายที่ค้านทฤษฎีได้พยายามขอตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อมูลดิบและงานวิจัยต่างๆ แต่นักวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายโลกร้อนไม่ยอมให้ โดยใช้ข้ออ้างต่างๆนาๆ จนฝ่ายค้านต้องงัดกฎหมาย Freedom of Information(FoI) มาใช้บังคับ แต่ก็ยังไม่ได้ผล โดยเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาฝ่ายโลกร้อนเริ่มอ้างว่าข้อมูลส่วนใหญ่ได้ถูกลบ ถูกทำลาย หรือสูญหายไปแล้วด้วยสาเหตุต่างๆ แต่เบื้องหลังของเรื่องนี้ถูกเปิดเผยอยู่ในข้อความในเมล์หลายฉบับ พบว่ามีการปรึกษากันถึงวิธีต่างๆที่จะไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล ซึ่งรวมถึงการสั่งให้ลบทำลายข้อมูลด้วย ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณวิทยาศาสตร์อย่างร้ายแรง
ประเด็นที่สอง คือเรื่องการตุกติกบิดเบือนผลการวิจัย เพื่อให้โลกดูร้อนขึ้นเร็วกว่าปกติ จริงๆแล้วเรื่องนี้ถูกพบและถูกตั้งข้อสังเกตุมาก่อนแล้วหลายครั้ง มีทั้งกรณีของ Jones, Briffa, Hansen, Salinger ทั้งหมดถูกพบว่าข้อมูลถูกทำให้บิดเบี้ยวในรูปแบบที่เหมือนกัน คือในลักษณะที่จะทำให้ดูว่าโลกร้อนขึ้นเร็วผิดปกติ ที่ผ่านมาฝ่ายโลกร้อนก็แก้ตัวด้วยเหตุผลต่างๆว่าเขาทำถูกแล้ว แต่แล้วเมล์ที่รั่วไหลกลับบอกว่าพวกนี้รู้แก่ใจว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง และมีเจตนาที่จะทำให้ไม่ถูก เท่ากับเป็นการตุกติกผลงานวิจัย
ประเด็นที่สาม ในเมล์หลายฉบับมีคำปรึกษากับเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่ผิดจรรยาบรรณ เพื่อที่จะทำให้เสียงคัดค้านของผู้ที่ไม่เห็นด้วยในประเด็นต่างๆเงียบหาย เช่นการไม่ยอมให้ข้อมูลดิบที่ฝ่ายค้านต้องการใช้ การใช้วิธี dicredit ตัวบุคคล การใช้อิทธิพลยับยั้งผลงานของฝ่ายค้านไม่ให้ถูกตีพิมพ์
โดยรวมแล้ว ภาพพจน์ของนักวิจัยโลกร้อนที่ปรากฏตามสื่อมวลชนในขณะนี้ค่อนข้างเลวร้าย มีการเรียกร้องให้ Dr.Jones ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน Hadley นอกจากนี้มีการเรียกร้องให้ทั้ง Jones และ Mann ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ IPCC อีกด้วย โดยล่าสุด Jones ได้ประกาศยอมที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว
การถูกจับได้ว่าทำการวิจัยอย่างตุกติก จะส่งผลความเชื่อถือได้ของทฤษฎีโลกร้อนเพราะกาซเรือนกระจกอย่างร้ายแรง งานวิจัยจำนวนมาก รวมทั้งบางส่วนของรายงานฉบับที่สาม (TAR) และรายงานฉบับที่สี่ (AR4) สูญเสียความน่าเชื่อถือ นักวิจารณ์กล่าวว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้ IPCC ถึงขั้นล้มละลาย และเชื่อว่าเรื่องนี้จะก่อให้เกิดความปั่นป่วนในการประชุม Copenhagen Climate Change ครั้งที่ 15 อย่างแรง
ตัวอย่างข่าวในต่างประเทศที่กำลังประโคมเรื่องนี้
hadley cru hacked with release of hundreds of docs and emails
climategate: the final nail in the coffin of 'anthropogenic global warming'? http://blogs.telegraph.co.uk/news/jamesdelingpole/100017393/climategate-the-final-nail-in-the-coffin-of-anthropogenic-global-warming/
hackers steal electronic data from top climate research center
http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2009/11/20/ar2009112004093.html?hpid=sec-nation
hacked e-mail is new fodder for climate dispute
http://www.nytimes.com/2009/11/21/science/earth/21climate.html?_r=1
e-mail leak turns up heat on global warming advocates
http://www.bostonherald.com/business/general/view.bg?articleid=1213483&srvc=business&position=recent
hadley hack-in reveals hidden truths
http://www.canadafreepress.com/index.php/article/17133
warmist conspiracy exposed?
http://www.aaronsenvironmental.com/2009/11/hadley-hack-update-authenticity-gets-some-confirmation/
climate sceptics claim leaked emails are evidence of collusion among scientists
http://www.guardian.co.uk/environment/2009/nov/20/climate-sceptics-hackers-leaked-emails

