Climategate กรณีแฮคเกอร์ล้วงข้อมูลเปิดโปงงานวิจัยสภาวะโลกร้อน "ลวงโลก"

Posted by กาลามชน on 2 Dec 2009
6 Comments

วันที่ 17 พ.ย. 2552 เวลา 06:20 สถาบัน Hadley Climatic Research Center แห่งมหาวิทยาลัย East Anglia ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการศึกษาสภาวะโลกร้อน เป็นต้นกำเนิดของ Global Climate Models (GCM) ซึ่งเป็นเสมือนไบเบิ้ลของทฤษฎี "โลกร้อนเพราะกาซเรือนกระจก" ถูกแฮคเกอร์จาก IP ในตุรกีเจาะขโมยข้อมูล ซึ่งเป็น email ส่วนตัวของนักวิทยาศาสตร์มากกว่าพันฉบับและเอกสารมากกว่าสามพันรายการ ข้อมูลที่ถูกขโมยถูกนำไปลงไว้ที่บล็อคชื่อ the air vent ในรัสเซีย ที่ยอมเปิดให้ผู้ใช้จัดทำบล๊อคโดยไม่ต้องแสดงตน จากนั้นก็มีผู้อ่านที่ใช้ชื่อ Steven Mosher ดาวน์โหลดส่งต่อให้กับเวบ climate audit ของ Steven McIntyre นักวิทยาศาสตร์ฝ่ายค้านระดับแนวหน้า และมีการส่งต่อไปที่เวบ what's up with that ของ Anthony Watts เวบบอร์ดของฝ่ายค้านที่มีผู้เข้าชมมากกว่าเจ็ดหมื่นครั้งต่อวัน

มหาวิทยาลัย East Anglia ยอมรับว่ามีข้อมูลถกขโมยไปจริง ข้อมูลที่ถูกขโมยก่อให้เกิดประเด็นร้อนสุดขีดในวงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งขณะนี้สื่อในต่างประเทศเรียกว่ากรณี "climategate" เพราะในอีเมล์หลายฉบับมีข้อความอันน่าละอาย ที่ทำให้รู้ว่านักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ทำการ "ตุกติก" กับผลการวิจัย เพื่อทำให้สภาวะโลกร้อนดูรุนแรงกว่าที่เป็นจริง รวมทั้งมีกระกระทำที่ถือว่าผิดจรรยาบรรณอีกหลายอย่าง เพื่อปกปิดบิดเบือนซุกซ่อนข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

ตัวอย่างข้อความอันน่าละอายในเมล์ที่ถูกยกขึ้นมาประจานกันอย่างกว้างขวางคือข้อความของ Philip Jones ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน Hadley ส่งถึง Michael Mann นักวิทยาศาสตร์สหรัฐที่เป็นเจ้าของผลงานกราฟอุณหภูมิ hockey stick ที่โด่งดัง ทั้งสองคนอยู่ในคณะผู้บริหารสูงสุดของ IPCC ในเมล์ของ Jones มีข้อความว่าเขาได้ทำการตุกติกกับผลการวิจัยฉบับหนึ่ง เพื่อที่จะซ่อนการลดลง(ของอุณหภูมิ) และไม่เพียงแต่เมล์เท่านั้นที่มีข้อมูลที่น่าอับอาย เอกสารบางฉบับ เช่น The rules of the game ซึ่งเป็นแผนงานการประชาสัมพันธ์ในแนวโฆษณาชวนเชื่อ ก็มีเนื้อหาที่น่าอับอายเช่นกัน

ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว สื่อมวลชนในต่างประเทศตอบสนองในทางลบอย่างรุนแรง columnist: Christopher Booker จาก Telegraph UK ได้อธิบายว่าเหตุที่กรณี climategate มีกระแสตอบรับที่รุนแรง เป็นเพราะก่อนที่จะเกิดเรื่อง HadCRU ถูก hacked ก็มีเหตุอันควรให้สงสัยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หลายครั้ง ทำให้คนในวงการเริ่มสงสัยพฤติกรรมของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ ปัญหาความน่าเชื่อถือคล้ายเป็นฝีที่กลัดหนองอยู่ ดังนั้นพอเกิดมีเมล์ที่เหมือนเปิดเผยความลับในประเด็นต่างๆที่วงการกำลังสงสัยอยู่แล้วหลุดออกมา ก็เลยเหมือนฝีที่แตกออก

เรื่องที่ช๊อควงการ แยกได้เป็นสามประเด็นคือ

ประเด็นเรื่องความพยายามปกปิดข้อมูล เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ฝ่ายที่ค้านทฤษฎีได้พยายามขอตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อมูลดิบและงานวิจัยต่างๆ แต่นักวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายโลกร้อนไม่ยอมให้ โดยใช้ข้ออ้างต่างๆนาๆ จนฝ่ายค้านต้องงัดกฎหมาย Freedom of Information(FoI) มาใช้บังคับ แต่ก็ยังไม่ได้ผล โดยเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาฝ่ายโลกร้อนเริ่มอ้างว่าข้อมูลส่วนใหญ่ได้ถูกลบ ถูกทำลาย หรือสูญหายไปแล้วด้วยสาเหตุต่างๆ แต่เบื้องหลังของเรื่องนี้ถูกเปิดเผยอยู่ในข้อความในเมล์หลายฉบับ พบว่ามีการปรึกษากันถึงวิธีต่างๆที่จะไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล ซึ่งรวมถึงการสั่งให้ลบทำลายข้อมูลด้วย ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณวิทยาศาสตร์อย่างร้ายแรง

ประเด็นที่สอง คือเรื่องการตุกติกบิดเบือนผลการวิจัย เพื่อให้โลกดูร้อนขึ้นเร็วกว่าปกติ จริงๆแล้วเรื่องนี้ถูกพบและถูกตั้งข้อสังเกตุมาก่อนแล้วหลายครั้ง มีทั้งกรณีของ Jones, Briffa, Hansen, Salinger ทั้งหมดถูกพบว่าข้อมูลถูกทำให้บิดเบี้ยวในรูปแบบที่เหมือนกัน คือในลักษณะที่จะทำให้ดูว่าโลกร้อนขึ้นเร็วผิดปกติ ที่ผ่านมาฝ่ายโลกร้อนก็แก้ตัวด้วยเหตุผลต่างๆว่าเขาทำถูกแล้ว แต่แล้วเมล์ที่รั่วไหลกลับบอกว่าพวกนี้รู้แก่ใจว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง และมีเจตนาที่จะทำให้ไม่ถูก เท่ากับเป็นการตุกติกผลงานวิจัย

ประเด็นที่สาม ในเมล์หลายฉบับมีคำปรึกษากับเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่ผิดจรรยาบรรณ เพื่อที่จะทำให้เสียงคัดค้านของผู้ที่ไม่เห็นด้วยในประเด็นต่างๆเงียบหาย เช่นการไม่ยอมให้ข้อมูลดิบที่ฝ่ายค้านต้องการใช้ การใช้วิธี dicredit ตัวบุคคล การใช้อิทธิพลยับยั้งผลงานของฝ่ายค้านไม่ให้ถูกตีพิมพ์

โดยรวมแล้ว ภาพพจน์ของนักวิจัยโลกร้อนที่ปรากฏตามสื่อมวลชนในขณะนี้ค่อนข้างเลวร้าย มีการเรียกร้องให้ Dr.Jones ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน Hadley นอกจากนี้มีการเรียกร้องให้ทั้ง Jones และ Mann ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ IPCC อีกด้วย โดยล่าสุด Jones ได้ประกาศยอมที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว

การถูกจับได้ว่าทำการวิจัยอย่างตุกติก จะส่งผลความเชื่อถือได้ของทฤษฎีโลกร้อนเพราะกาซเรือนกระจกอย่างร้ายแรง งานวิจัยจำนวนมาก รวมทั้งบางส่วนของรายงานฉบับที่สาม (TAR) และรายงานฉบับที่สี่ (AR4) สูญเสียความน่าเชื่อถือ นักวิจารณ์กล่าวว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้ IPCC ถึงขั้นล้มละลาย และเชื่อว่าเรื่องนี้จะก่อให้เกิดความปั่นป่วนในการประชุม Copenhagen Climate Change ครั้งที่ 15 อย่างแรง

ตัวอย่างข่าวในต่างประเทศที่กำลังประโคมเรื่องนี้

hadley cru hacked with release of hundreds of docs and emails

http://www.examiner.com/x-28973-essex-county-conservative-examiner~y2009m11d19-hadley-cru-hacked-with-release-of-hundreds-of-docs-and-emails

climategate: the final nail in the coffin of 'anthropogenic global warming'? http://blogs.telegraph.co.uk/news/jamesdelingpole/100017393/climategate-the-final-nail-in-the-coffin-of-anthropogenic-global-warming/

hackers steal electronic data from top climate research center

http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2009/11/20/ar2009112004093.html?hpid=sec-nation

hacked e-mail is new fodder for climate dispute

http://www.nytimes.com/2009/11/21/science/earth/21climate.html?_r=1

e-mail leak turns up heat on global warming advocates

http://www.bostonherald.com/business/general/view.bg?articleid=1213483&srvc=business&position=recent

hadley hack-in reveals hidden truths
http://www.canadafreepress.com/index.php/article/17133

warmist conspiracy exposed?
http://www.aaronsenvironmental.com/2009/11/hadley-hack-update-authenticity-gets-some-confirmation/

climate sceptics claim leaked emails are evidence of collusion among scientists
http://www.guardian.co.uk/environment/2009/nov/20/climate-sceptics-hackers-leaked-emails

1 by 9planets2one 2 Dec 2009

Nothing that has been posted here invalidates the truth that we are warming the planet that things need to change. Most scientist see this as much ado about nothing. Sure, gives the deniers a new bandwagon to jump on, but when freighters are now able to pass through the Arctic in winter time, it's pretty clear that this will all blow away as the real truth of a warming planet caused by humans can not be hidden, or denied. For a more realistic view on things, check out the recent Washington Post piece.

Scientist: Consensus withstands climate e-mail flap
www.voices.washingtonpost.com/capitalweathergang/2009/12/gerald_north_interview.html

"Scientifically, it means little. All scientists know that this kind of language and kidding goes on verbally all the time. Some of us forget that email has the potential to become public at any time. The public perception is another matter. There may be some people who do not know any scientist personally and think they are lily pure, dedicated (do-gooder) nerds. These private comments might lead to less confidence in science. It is a shame, since our country is so scientifically illiterate and is easily swayed by perceptions that have little to do with scientific method and culture."

2 by กาลามชน 2 Dec 2009

ชาวเมืองผู้ดีกว่าครึ่ง ไม่เชื่อโลกร้อนเป็นฝีมือมนุษย์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ - 16 พฤศจิกายน 2552 23:38 น.
www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000138619

สื่อเมืองผู้ดีเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวอังกฤษ พบข้อมูลน่าตกใจ มีเพียง 28% ที่เชื่อว่าโลกกำลังเผชิญกับปัญหาภาวะโลกร้อน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งไม่เชื่อว่าโลกร้อนขึ้นเพราะมนุษย์กระทำ

หนังสือพิมพ์เดอะไทม์สดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในอังกฤษแบบสุ่มจำนวน 1,504 คน เกี่ยวกับเรื่องปัญหาภาวะโลกร้อน โดยสอบถามความคิดเห็นผ่านทางโทรศัพท์เมื่อช่วงวันที่ 6-8 พ.ย. 52 และตีพิมพ์ผลสรุปการสำรวจเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเอเอฟพีรายงานว่ากลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อว่าภาวะโลกร้อนขณะนี้เกิดจากฝีมือมนุษย์

ผลสำรวจพบว่า 41% ของกลุ่มประชากรตัวอย่างยอมรับในข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ และปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ขณะที่ 28% เชื่อว่าภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

ทว่า 32% เชื่อเช่นเดียวกันว่าภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นจริง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามนุษย์ทำให้มันเกิดขึ้นจริง แต่มีประมาณ 8% เห็นว่ากรณีที่บอกว่าโลกร้อนเกิดจากฝีมือมนุษย์เป็นการประชาสัมพันธ์ของนักสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ขณะที่ 15% ไม่เชื่อว่าโลกร้อนขึ้น

ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวยังถือเป็นการข่มขู่นายกอร์ดอน บราวน์ (Gordon Brown) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่จะเป็นผู้นำในการประชุมเจรจาสหประชาติเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนที่จะมีขึ้นในเดือน ธ.ค. นี้ ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก

เอเอฟพีระบุอีกว่า เดอะไทม์สได้รายงานว่าความไม่เชื่อหรือสงสัยในประเด็นดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่ง่ายนักที่รัฐบาลอังกฤษจะโน้มน้าวให้ประชาชนยอมรับภาษีสีเขียวที่สูงลิ่วได้ ซึ่งเป็นข้อผูกมัดทางกฎหมายที่จะช่วยให้ชาวอังกฤษลดก๊าซเรือนกระจกได้ 34% ภายในปี 2563 และ 80% ในปี 2593

อย่างไรก็ดี เดลิเมล์รายงานว่า เอ็ด มิลิแบนด์ (Ed Miliband) รัฐมตรีกระทรวงภูมิอากาศและการพลังงาน กล่าวต่อเรื่องนี้ว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มีอยู่มากมายพอที่จะโต้แย้งกลุ่มคนที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ได้ และมันแสดงให้พวกเราเห็นจริงๆว่าภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นแล้ว และเกิดจากฝีมือมนุษย์จริง

"เรารู้ว่าเรายังพอมีหนทางในการให้ข้อมูลกับประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ทำสิ่งที่เป็นการขอขมาหรือแก้ตัวในการผลักดันข้อปฏิบัติใหม่ของเราเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก แต่มันอาจไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่ปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเราจำเป็นต้องแก้ปัญหา และเป็นความท้าทายด้วยอย่างหนึ่ง" มิลิแบนด์ กล่าว

มิลิแบนด์ กล่าวอีกว่าความจริงจากสิ่งที่ว่านั้นคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะนำประโยชน์มากมายมาสู่อังกฤษ โดยการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานและเปิดโอกาสสู่อาชีพและธุรกิจใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

3 by กาลามชน 2 Dec 2009

ในช่วงเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ข่าวนี้แพร่กระจายไปสู่ประชาชนทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ถ้าลองใช้ google ค้นหาคำว่า "climategate" จะพบมากกว่า 1,400,000 แห่ง ที่สำคัญคือขณะนี้ประชาชนมีแนวโน้มที่จะเชื่อเรื่องอื้อฉาว

ขณะนี้รัฐบาลของประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศ ได้ลงทุนลงแรงไปอย่างมหาศาลในพลังงานสะอาด อยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เนื่องจากโครงการมากมายได้เริ่มดำเนินไปแล้ว และไม่อยู่ในวิสัยที่จะหยุดได้ รวมทั้งมีระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวกับโลกร้อนจำนวนมากได้ผ่านสภาไปแล้ว ทำให้ยากที่จะระงับเพื่อทบทวน ดูเหมือนจะมีออสเตรเลียประเทศเดียวที่สามารถคว่ำกฎหมายที่เกี่ยวกับโลกร้อนฉบับหนึ่งได้ทัน ซึ่งสื่อวิจารณ์ว่าเป็นผลจากกรณี climategate โดยตรง

4 by กาลามชน 3 Dec 2009

ข่าวความฉ้อฉลในงานวิจัยโลกร้อนหรือ climategate กำลังแพร่ออกไปด้วยความรุนแรง Jame Hansen แห่งสถาบัน Goddard ซึ่งเป็นหัวหอกของกลุ่มผู้สนับสนุนทฤษฎีโลกร้อนมาเป็นเวลายาวนาน ผู้แต่งหนังสือ Storm of my Grandchildren ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Guardian ว่าเรื่อง climategate นี้จะมีผลกระทบต่อความเชื่อถือของสาธารณะชนอย่างรุนแรง แม้ว่าการตุกติกจะทำให้ผลลัพท์เปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งหมด อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความประทับใจที่แย่มากต่อสาธารณะชน Hansen เรียกร้องให้มีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นทางการ แทนการดาหน้าออกมาพูดแก้ตัวอย่างที่ทำกันอยู่ในเวลานี้

แม้ว่า Hansen จะเป็นฝ่ายสนับสนุนการแก้ปัญหาโลกร้อน แต่เขากลับต่อต้านการประชุม Copenhagen Climate Change ครั้งที่ 15 อย่างรุนแรง เขาทำนายว่าการประชุมจะจบลงด้วยความล้มเหลว และควรที่จะล้มเหลวเพื่ออนาคตที่ดีของมนุษยชาติ หรือที่จริงควรจะไม่มีการประชุมนี้ตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ และทุกอย่างควรย้อนกลับไปคิดกันใหม่จากจุดเริ่มต้น เขาเปรียบเทียบการประชุมครั้งนี้ว่าเทียบได้กับการขายโบสถ์คาทอลิกของเหล่าบิชอบ เพราะชาติต่างๆเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะใช้เวทีการประชุมครั้งนี้แสวงหาหนทางให้ประเทศของตนได้ประโยชน์จากความตื่นกลัวโลกร้อนด้วยเงื่อนไขต่างๆตามแต่จะคิดออกมาได้ มากกว่าที่จะหาทางแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง

5 by กาลามชน 3 Dec 2009

บทความกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นใน Copenhagen Climate Change ครั้งที่ 15

“ลัทธิกีดกันการค้า” ด้วยข้ออ้างเรื่อง “โลกร้อน”
www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000122874

6 by กาลามชน 3 Dec 2009

ถึงขณะนี้คำว่า climategate ใน google ขยายตัวแบบทวีคูณไปถึง 1,800,000 แล้ว

เท่าที่อ่านดูจากหลายที่ คำอธิบายที่มีออกมาในตอนนี้ดูเหมือนจะใช้แก้ต่างได้ผลเฉพาะประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าบิดเบือนข้อมูลเท่านั้น แต่สำหรับประเด็นของการปกปิด การทำลายข้อมูล และความพยายามจะจัดการกับฝ่ายค้านด้วยวิธีการต่างๆที่ผิดจรรยาบรรณนั้น ยังไม่มีคำอธิบายใดๆออกมา นักข่าวเริ่มหันมาเจาะที่สองประเด็นหลัง เช่นกรณีวางแผน get rid บรรณาธิการวารสารที่ยอมพิมพ์ผลงานของฝ่ายค้าน เรื่องเหล่านี้กำลังทำให้กลุ่มนักวิจัยโลกร้อน มีสภาพคล้ายเป็นแก๊งอาชญากรในวงการวิทยาศาสตร์

ส่งความเห็น

HTML code not permitted

สมาชิก Login (กรุณาเลือกเติม)